If you enjoyed this video, open it in YouTube and click like or subscribe to support the creators.
If you enjoyed this video, open it in YouTube and click like or subscribe to support the creators.

Transcripts are from the YouTube vide above and are placed side by side for educationl purposes only.

  1. คุณกำลังเข้าคิวอยู่ในร้านขายของชำ ที่ซึ่ง โอ๊ะโอ You're in line at the grocery store when, uh oh,
  2. ใครบางคนจามใส่คุณ someone sneezes on you.
  3. ไวรัสโรคหวัดถูกสูดเข้าไปในปอดของคุณ The cold virus is sucked inside your lungs
  4. และลงจอดบนเซลล์บนเยื่อบุทางเดินอากาศของคุณ and lands on a cell on your airway lining.
  5. สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกประกอบขึ้นด้วยเซลล์ Every living thing on Earth is made of cells,
  6. จากสิ่งมีชีวิตที่เล็กที่สุดอย่าง แบคทีเรีย from the smallest one-celled bacteria
  7. ไปจนถึงวาฬสีน้ำเงิน และตัวคุณ to the giant blue whale to you.
  8. แต่ละเซลล์ในร่างกายถูกล้อมรอบไปด้วยเยื่อหุ้มเซลล์ Each cell in your body is surrounded by a cell membrane,
  9. ชั้นหนาที่ยืดหยุ่นได้ ซึ่งประกอบขึ้นจากไขมันและโปรตีน a thick flexible layer made of fats and proteins,
  10. ซึ่งล้อมรอบและป้องกันส่วนประกอบภายใน that surrounds and protects the inner components.
  11. มันเป็นเยื่อเลือกผ่าน It's semipermeable,
  12. ซึ่งหมายความว่ามันให้บางอย่างผ่านเข้าออก meaning that it lets some thing pass in and out
  13. แต่ขัดขวางสิ่งที่เหลือ but blocks others.
  14. เยื่อหุ้มเซลล์ปกคลุมไปด้วยส่วนเล็กๆ ที่ยื่นออกมา The cell membrane is covered with tiny projections.
  15. พวกมันมีหน้าที่ They all have functions,
  16. เช่นช่วยเซลล์ยึดเกาะกับสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวมัน like helping cells adhere to their neighbors
  17. หรือยึดจับสารอาหารที่เซลล์ต้องการ or binding to nutrients the cell will need.
  18. สัตว์และพืชมีเยื่อหุ้มเซลล์ Animal and plant cells have cell membranes.
  19. เซลล์พืชเท่านั้นที่มีผนังเซลล์ Only plant cells have a cell wall,
  20. ซึ่งประกอบด้วยเซลลูโลส แข็งๆ ที่เป็นโครงสร้างให้กับพืช which is made of rigid cellulose that gives the plant structure.
  21. ไวรัสที่เข้าไปในปอดของคุณนั้นร้ายกาจ The virus cell that was sneezed into your lungs is sneaky.
  22. มันแสร้งทำว่าเป็นเพื่อน Pretending to be a friend,
  23. เข้ายึดเกาะกับส่วนที่ยื่นออกมาจากเยื่อหุ้มเซลล์ it attaches to a projection on the cell membrane,
  24. และเซลล์ก็นำมันผ่านเข้าเยื่อหุ้มเซลล์สู่ภายใน and the cell brings it through the cell membrane and inside.
  25. เมื่อไวรัสผ่านเข้าไปแล้ว When the virus gets through,
  26. เซลล์ก็รู้ว่ามันทำพลาด the cell recognizes its mistake.
  27. ศัตรูบุกเข้ามาซะแล้ว An enemy is inside! (invader)
  28. เอ็นไซม์ชนิดพิเศษมาถึงที่เกิดเหตุ Special enzymes arrive at the scene
  29. และสับไวรัสออกเป็นชิ้นๆ and chop the virus to pieces.
  30. จากนั้นพวกมันก็ส่งชิ้นหนึ่งกลับไป They then send one of the pieces back
  31. ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ through the cell membrane,
  32. ซึ่งเป็นที่ที่เซลล์แสดงมันเพื่อเตือนเซลล์ใกล้เคียง where the cell displays it to warn neighboring cells
  33. ถึงผู้บุกรุก about the invader.
  34. เซลล์ที่อยู่ใกล้ๆ เห็นถึงสัญญาณเตือน A nearby cell sees the warning
  35. และก็ตอบสนองในทันที and immediately goes into action.
  36. มันต้องสร้างแอนติบอดี It needs to make antibodies,
  37. ซึ่งก็คือ โปรตีนที่จะโจมตีและฆ่า proteins that will attack and kill
  38. ไวรัสผู้บุกรุก the invading virus.
  39. กระบวนการนี้เริ่มขึ้นในนิวเคลียส This process starts in the nucleus.
  40. นิวเคลียสถูกบรรจุด้วยดีเอ็นเอ The nucleus contains our DNA,
  41. พิมพ์เขียวที่บอกเซลล์ของเราถึงวิธีการสร้างทุกอย่าง the blueprint that tells our cells how to make everything
  42. ที่ร่างกายของเราต้องการใช้งาน our bodies need to function.
  43. ณ ส่วนเฉพาะของดีเอ็นเอ มีคู่มือ A certain section of our DNA contains instructions
  44. ที่บอกเซลล์ของคุณว่าสร้างแอนติบอดีได้อย่างไร that tell our cells how to make antibodies.
  45. เอ็นไซม์ในนิวเคลียส พบส่วนเฉพาะดังกล่าว Enzymes in the nucleus find the right section of DNA,
  46. จากนั้นก็สร้างสำเนาของคู่มือ then create a copy of these instructions,
  47. ซึ่งเรียกว่า แมสเซ็นเจอร์ อาร์เอ็นเอ (messenger RNA) called messenger RNA.
  48. แมสเซ็นเจอร์ อาร์เอ็นเอ ออกจากนิวเคลียส เพื่อปฏิบัติหน้าที่ The messenger RNA leaves the nucleus to carry out its orders.
  49. มันเดินทางไปยังไรโบโซม The messenger RNA travels to a ribosome.
  50. ซึ่งเราสามารถมีไรโบโซมได้มากเป็น 10 ล้านอัน There can be as many as 10 million ribosomes
  51. ในเซลล์มนุษย์ in a human cell,
  52. ทั้งหมดฝังอยู่กับโครงสร้างที่เหมือนกับริบบิ้น all studded along a ribbon-like structure
  53. เรียกว่า เอ็นโอพลาสมิก เรติคูลัม called the endoplasmic reticulum.
  54. ไรโบโซมอ่านคู่มือจากนิวเคลียส This ribosome reads the instructions from the nucleus.
  55. มันนำกรดอะมิโนเข้ามาและเชื่อมพวกมันเข้าด้วยกัน It takes amino acids and links them together one by one
  56. สร้างเป็นโปรตีนแอนติบอดีที่ใช้สู้กับไวรัส creating an antibody protein that will go fight the virus.
  57. แต่ก่อนที่มันจะทำอย่างนั้นได้ But before it can do that,
  58. แอนติบอดีต้องถูกปล่อยจากเซลล์ the antibody needs to leave the cell.
  59. แอนติบอดีมุ่งหน้าไปยังกอจิ แอพพาราตัส The antibody heads to the golgi apparatus.
  60. ที่นี่ มันถูกบรรจุสำหรับการขนส่งออกนอกเซลล์ Here, it's packed up for delivery outside the cell.
  61. เมื่อถูกบรรจุในหีบห่อปิดคล้ายฟองสบู่ ที่ทำมาจากวัสดุเดียวกับเยื่อหุ้มเซลล์ Enclosed in a bubble made of the same material as the cell membrane,
  62. กอจิ แอพพาราตัส ยังให้ทิศทางกับแอนติบอดี the golgi apparatus also gives the antibody directions,
  63. บอกว่าจะไปถึงขอบเซลล์ได้อย่างไร telling it how to get to the edge of the cell.
  64. เมื่อมันไปถึงตรงนั้น When it gets there,
  65. โครงสร้างฟองสบู่ที่หุ้มแอนติบอดีไว้ ก็หลอมรวมกับเยื่อหุ้มเซลล์ the bubble surrounding the antibody fuses to the cell membrane.
  66. เซลล์ปล่อยแอนติบอดีออกมา The cell ejects the antibody,
  67. และมันก็มุ่งหน้าออกไปเพื่อล่าไวรัส and it heads out to track down the virus.
  68. โครงสร้างฟองสบู่ที่เหลืออยู่จะถูกย่อยสลาย The leftover bubble will be broken down
  69. โดยไลโซโซมของเซลล์ by the cell's lysosomes
  70. และชิ้นส่วนของมันก็จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่เรื่อยๆ and its pieces recycled over and over again.
  71. เซลล์เอาพลังงานมาจากไหน เพื่อใช้ทำกิจกรรมทั้งหมดนี้ Where did the cell get the energy to do all this?
  72. นั่นเป็นหน้าที่ของไมโทคอนเดรีย That's the roll of the mitochondria.
  73. เพื่อที่จะสร้างพลังงาน ไมโทคอนเดรียใช้ออกซิเจน To make energy, the mitochondria takes oxygen,
  74. นั่นเป็นเหตุผลเดียวที่ว่าทำไมเราจึงหายใจ this is the only reason we breathe it,
  75. และเติมอิเล็กตรอนจากอาหารที่เรากิน and adds electrons from the food we eat
  76. เพื่อสร้างโมเลกุลน้ำ to make water molecules.
  77. กระบวนการนั้นยังสร้างโมเลกุลพลังงานสูง That process also creates a high energy molecule,
  78. ที่เรียกว่า เอทีพี ซึ่งเซลล์ใช้ ในการให้พลังงานกับทุกๆ ส่วน called ATP which the cell uses to power all of its parts.
  79. เซลล์พืชสร้างพลังงานด้วยวิธีที่ต่างไป Plant cells make energy a different way.
  80. พวกมันใช้ คลอโรพลาส They have chloroplasts
  81. ที่ประกอบคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ that combine carbon dioxide and water
  82. ด้วยพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์ with light energy from the sun
  83. เพื่อสร้างออกซิเจนและน้ำตาล to create oxygen and sugar,
  84. ซึ่งเป็นพลังงานเคมีรูปแบบหนึ่ง a form of chemical energy.
  85. ทุกส่วนของเซลล์ทำงานด้วยกัน All the parts of a cell have to work together
  86. เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น to keep things running smoothly,
  87. และเซลล์ทั้งหมดของร่างกายคุณต้องทำงานด้วยกัน and all the cells of your body have to work together
  88. เพื่อทำให้ชีวิตคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่น to keep you running smoothly.
  89. นั่นเป็นเซลล์จำนวนมากเลยทีเดียว That's a whole lot of cells.
  90. นักวิทยาศาสตร์คิดว่า เรามีเซลล์ประมาณ 3 หมื่น 7 พันล้านเซลล์ Scientists think there are about 37 trillion of them.

Vocabulary Practice: You can open the study set in Quizlet for more options.